ข้อมูลยา

Sitagliptin ตอนที่2

Posted On
Posted By penrudee1205

ตอนที่ 1

ผู้ป่วยเบาหวานควรควบคุมระดับความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

ผลต่อความดันโลหิต

ในการศึกษาแบบสุ่ม ควบคุมด้วยยาหลอก แบบสลับข้าม ในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ได้รับการรักษาด้วยยารักษาความดันโลหิตสูงหนึ่งตัว หรือมากกว่าหนึ่งตัว (รวมถึงยากลุ่ม antiotensin – converting enzyme inhibitors, angiotensin-II antagoniss, calcium – channel blockers, beta – blockers และยาขับปัสสาวะ) ร่วมกับจานูเวีย โดยทั่วไปพบว่าผู้ป่วยทนต่อยาได้ดี ในผู้ป่วยเหล่านี้ จานูเวียมีผลในการลดความดันโลหิตเพียงเล็กน้อย จานูเวีย ขนาด 100 มก. ต่อวัน ลดความดันโลหิตขณะหลอดเลือดบีบตัวเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ประมาณ 2 มม.ปรอท เมื่อเปรียบเทียบกับยาหลอก การลดความดันโลหิตนี้ไม่พบในอาสาสมัครที่มีความดันโลหิตปกติ

สรีรวิทยาไฟฟ้าของหัวใจ

ในการศึกษาแบบสุ่ม ควบคุมด้วยยาหลอก สลับข้าม ในอาสาสมัครสุขภาพดี 79 ราย ได้รับจานูเวีย ขนาด 100 มก. จานูเวีย ขนาด 800 มก. โดยการรับประทานเพียงครั้งเดียว ( 8 เท่าของขนาดยาที่แนะนำ) พบว่าที่ขนาดยาที่แนะนำคือ 100 มก. ไม่มีผลต่อ QTc interval ณ เวลาที่ยาขึ้นถึงความเข้มข้นสูงสุดในพลาสม่า หรือ ณ เวลาใดๆ ระหว่างการศึกษา หลังจากได้รับยาขนาด 800 มก. พบว่ามีการเพิ่มขึ้นสูงสุดใน placebo- corrected mean change in QTc จากค่าพื้นฐาน หลังได้รับยา 3 ชม. คือ 8.0 มิลลิวินาทีซึ่งการเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยนี้ไม่มีนัยสำคัญทางคลินิก ความเข้มข้นในพลาสม่าสูงสุดของซิตากลิปติน ที่ขนาด 800 มก. มีค่าสูงกว่าการได้รับยาขนาด 100 มก. ประมาณ 11 เท่า

ในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ได้รับจานูเวีย วันละ 100 มก.(จำนวน 81 ราย) หรือ จานูเวีย วันละ 200 มก.(จำนวน 63 ราย) ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญใน QTc interval จากข้อมูล ECG ที่ได้รับ ณ เวลาที่คาดว่าความเข้มข้นของยาในพลาสม่าขึ้นถึงระดับสูงสุด

เภสัชจลนศาสตร์

เภสัชจลนศาสตร์ของ ซิตากลิปติน ได้มีการศึกษาอย่างกว้างขวางในผู้ที่มีสุขภาพดีและในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 พบว่าหลังจากให้ยาขนาด 100 มก. แก่อาสาสมัครสุขภาพดี ซิตากลิปติน ถูกดูดซึมอย่างรวดเร็ว โดยมีความเข้มข้นสูงสุดของยาในพลาสม่า(ค่ามัธยฐาน Tmax) ภายใน 1 ถึง 4 ชม. หลังได้รับยา ค่า AUC ของซิตากลิปต้น เพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนกับขนาดยาที่ได้รับ หลังจากให้อาสาสมัครสุขภาพดี ได้รับยาขนาด 100 มก. โดยการรับประทานครั้งเดียว ค่า AUC เฉลี่ยของ ซิตากลิปติน คือ 8.52 ไมโครโมลาร์*ชม. ค่า Cmax คือ 950 นาโนโมลาร์ และ apparent terminal half-life (t1/2) คือ 12.4 ชม. หลังจากได้รับยาขนาด 100 มก.ค่า AUC ของ ซิตากลิปติน ที่ steady state เพิ่มขึ้นประมาณ 14% เมื่อเปรียบเทียบกับการให้ยาครั้งแรก พบว่าสัมประสิทธิของความแปรปรวนได้ระหว่างบุคคลและภายในบุคคลเดียวกัน สำหรับค่า AUC ของ ซิตากลิปติน มีค่าน้อยกว่า (5.8% และ 15.1%) เภสัชจลนศาสตร์ของ ซิตากลิปติน ของผู้ที่มีสุขภาพดีโดยทั่วไปมีค่าเหมือนกับในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2

1.การดูดซึม

ค่าชีวอนุเคราะห์สัมบูรณ์ของซิตากลิปติน มีค่าประมาณ 87% เนื่องจากการให้อาหารที่มีไขมันสูงร่วมกับจานูเวียไม่มีผลต่อเภสัชจลนศาสตร์ อาจให้จานูเวียร่วมหรือไม่ร่วมกับอาหารก็ได้

2.การกระจายยา

หลังจากให้ซิตากลิปติน ขนาด 100 มก. ทางหลอดเลือดดำแก่อาสาสมัครสุขภาพดี ปริมาตรการกระจายเฉลี่ย ที่ steady state มีค่าประมาณ 198ลิตร สัดส่วนของ ซิตากลิปติน ที่จับกับโปรตีนในพลาสม่าแบบย้อนกลับได้มีค่าต่ำ (38%)

3.เมตาบอลิซึม

ซิตากลิปติน ถูกกำจัดออกในรูปที่ไม่ถูกเปลี่ยนแปลงทางปัสสาวะเป็นหลัก และเมตาบอลิซึมเป็นเส้นทางรอง ประมาณ 79% ของซิตากลิปติน ถูกขับออกในรูปไม่ถูกเปลี่ยนแปลงทางปัสสาวะ
หลังจากให้ ซิตากลิปตินที่ติดฉลากรังสี ([C14] sitagliptin) โดยการรับประทาน ประมาณ 16% ของสารกัมมันตรังสีถูกขับถ่ายออกมาในรูปเมตาบอไลต์ของ ซิตากลิปติน ตรวจพบเมตาบอไลต์ 6 ตัวในระดับที่น้อยมากและไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับฤทธิ์ในการยับยั้งเอนไซม์ DPP-4 ในพลาสม่าของ ซิตากลิปติน การศึกษาใน in vitro ชี้ว่าเอนไซม์หลักที่รับผิดชอบสำหรับเมตาบอลิซึมที่จำกัดของ ซิตากลิปติน คือ CYP3A4 ร่วมกับเอนไซม์ CYP2C8

รูปภาพแสดงการเกิดเมตาบอลิซึมของซิตากลิปติน

4.การกำจัดยา

หลังจากให้ ซิตากลิปติน ที่ติดฉลากรังสีด้วยการรับประทานกับผู้ที่สุขภาพดี ประมาณ 100% ของสารกัมมันตรังสีที่ให้ถูกกำกจัดออกมาในอุจจาระ (13%) หรือปัสสาวะ (87%) ภายใน 1 สัปดาห์ของการให้ยา ซิตากลิปติน apparent terminal t1/2 หลังจากได้รับยา ซิตากลิปติน ขนาด 100 มก. โดยการรับประทาน มีค่าประมาณ 12.4 ชม. และการขจัดทางไตมีค่าประมาณ 350 มล/นาที
การกำจัดของ ซิตากลิปติน เกิดขึ้นผ่านการขับถ่ายทางไตเป็นหลัก และโดยขบวนการขับถ่ายทางท่อไต ซิตากลิปติน ยังไม่มีการศึกษาความเกี่ยวข้องในทางคลินิกของ hOAT-3 กับการขับ ซิตากลิปติน ซิตากลิปตินเป็นสารตั้งต้นของ p-glycoprotein ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับการกำจัดยาทางไตของ ซิตากลิปติน อย่างไรก็ตาม cyclosporine ซึ่งเป็น p-glycoprotein inhibitor ไม่ลดการขจัดทางไตของ ซิตากลิปติน

Please follow and like us:
error

Related Post

สั่งซื้อสินค้าหรือปรึกษาที่ไลน์ @mlk6030f ยกเลิก

%d bloggers like this: